Thứ Ba, 16 tháng 8, 2016

เปิ้ล จูน ชี้แจงถูกเกรียนถามย้ำ! ทำไมไม่พูด น้องออกู๊ด ตาเหล่

Posted by   on

เปิ้ล จูน ชี้แจงถูกเกรียนถามย้ำ! ทำไมไม่พูด น้องออกู๊ด ตาเหล่

เปิ้ล จูน ชี้แจงถูกเกรียนถามย้ำ! ทำไมไม่พูด น้องออกู๊ด ตาเหล่

หลังจากที่เคยออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ โรคเลซี่อาย หรือ โรคตาขี้เกียจ ของลูกชายคนเล็ก "น้องออกู๊ด" ไปเมื่อคราวก่อน ก็ดูเหมือนจะมีเกรียนคีย์บอร์ดที่หลายคนที่ไม่ค่อยเข้าใจ จนถึงขนาดเข้าไปคอมเม้นท์ให้คุณพ่อคุณแม่ลูกดกอย่าง "" และ "จูน กษมา" ออกมาพูดความจริงว่าลูกชายคนเล็กของตัวเองตาเหล่ ?
ซึ่งล่าสุดขณะที่ เปิ้ล-จูน ควงสองแสบประจำบ้าน "ออก้า" และ "ออกัส" เดินทางมาร่วมงานแถลงข่าว"ดาวน์นี่ ถูถูหาย...ลูบลูบหอม" ทั้งคู่ก็ได้ถือโอกาสชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคเลซี่อายและโรคตาเหล่ให้บรรดาเกรียนทั้งหลายเข้าใจตรงกัน โดยระบุว่าคุณหมอที่ดูแลอาการของลูกชายได้ยืนยันแล้วว่าทั้งสองโรคเป็นอาการคนละชนิด อีกทั้งตอนนี้กล้ามเนื้อตาด้านที่ไม่แข็งแรงของน้องออกู๊ดก็มีท่าทีดีขึ้น ซึ่งทั้งคู่คาดว่าไม่เกินเดือนพฤศจิกายนนี้ จะสามารถนำตัวลูกชายเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัดได้อย่างแน่นอน...
อัพเดทอาการของน้องออกู๊ดเห็นว่าดีขึ้นแล้ว ?
จูน - "จากที่คุณหมอให้น้องปิดตามาเดือนกว่าๆ ผลก็คือเห็นได้ชัดว่าปฏิกิริยาตอบสนองของตาน้องดีขึ้น แข็งแรงขึ้น แต่คุณหมอเขาก็ขอไว้ว่าอยากให้ติดเอาไว้แบบนี้อีกสัก 1 เดือน เพื่อให้องศาตาของน้องเป๊ะกว่านี้"
เปิ้ล - "คือ...คือมันก็มีหลายคนนะครับที่สงสัยและก็ส่งข้อความมาถามเราว่า ตกลงน้องเป็นเลซี่อายหรือว่าตาเหล่กันแน่ ทำไมไม่พูดว่าตาเหล่ไปเลยล่ะ ซึ่งผมต้องบอกเลยนะครับว่าคุณหมอเขาอธิบายอย่างชัดเจนแล้วว่าเลซี่อายกับตาเหล่มันคือคนละโรคกัน เลซี่อายคือกล้ามเนื้ออ่อนแอ แต่ตาเหล่ก็คือตาเหล่ มันคนละอย่างกันครับ และการรักษาก็คนละอย่างกันด้วย"
เปิ้ล - "อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ผมต้องบอกคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านให้ทราบเลยก็คือโรคนี้รักษาได้ ยิ่งถ้าเรารู้ตั้งแต่เด็กเราดูแลตั้งแต่เด็กและพาเขาไปหาหมอ ใช้เวลาผ่าตัดแค่ 45 นาที ก็หายได้ครับ"
สำหรับน้องออกู๊ดตอนนี้ก็คือต้องปิดไปก่อน ?
จูน - "ใช่ค่ะ คุณหมอขอไว้อีก 1 เดือน ซึ่งจูนคิดว่าเขาก็น่าจะผ่าช่วงๆ เดือนพฤศจิกายน เพราะคุณหมอเคยแนะนำว่าการรักษาตามมาตราฐานของเด็กคือไม่ควรเกิน 1 ขวบครึ่ง ซึ่งตอนนี้เขาจะครบ 1 ขวบแล้ว"
เปิ้ล - "คือถ้าเราปล่อยไว้จนโต หรือจนเขาอายุเกิน 10 ขวบ จะรักษาลำบากแล้วครับ อาจจะรักษายากเลยทีเดียว ยิ่งถ้าปล่อยไว้จนโตสายตาข้างที่ไม่แข็งแรงของเขามันก็จะยิ่งยาวไปเรื่อยๆ และสุดท้ายมันก็จะตาบอด"
ขอถามย้อนกลับไปพอมีคนมาบอกว่าลูกเราตาเหล่เรานอยด์ไหม ?
เปิ้ล - "ใช่ครับ มีคนมาพูดบอกว่าลูกมึงตาเหล่มึงก็พูดมาเลยดีกว่า ซึ่งเราก็ไม่ได้นอยด์นะ แถมยังสงสัยด้วยเขาตกลงแล้วเขาตาเหล่ใช่ไหม ก็ได้ถ้าอยากให้บอกว่าลูกตาเหล่ก็ได้ โอเค แล้วแต่เธอแล้วกัน แต่สุดท้ายเราก็ไปถามหมอนะ ถามว่าเขาตาเหล่หรือเปล่า ซึ่งคุณหมอเองก็ยืนยันชัดเจนเลยว่าทั้งสองโรคมันคนละอย่างกัน อันนี้คือคุณหมอพูดเองเลย"
แต่ก็มีคนในอินสตาแกรมให้กำลังใจครอบครัวเราเยอะ ?
จูน - "มีเยอะมากค่ะเพราะโรคนี้มีคนเป็นกันเยอะมาก บางคนก็ทักเข้ามาถาม เข้ามาหาวิธีตรวจสอบเบื้องต้น และเอาตรงๆ ตัวจูนเองก็ไม่ได้อายด้วยเพราะอย่างที่บอกโรคนี้มันรักษาได้ และเราเองก็ได้ให้คำแนะนำคนอื่นๆ ที่เขากำลังกังวลด้วย"
เปิ้ล - "ช่วงแรกๆ ที่เขารู้ว่าออกู๊ดป่วยเวลาเขาอุ้มเขาก็จะพูดตลอดว่า "สงสารลูก สงสารลูก" แต่เดี๋ยวนี้พอเริ่มสบายใจก็เรียกลูกโจรสลัดบ้างอะไรบ้าง ตามประสาเขาละ"
จูน - "คือเราก็ต้องปลอบใจะตัวเราเองด้วย เพราะการที่ลูกเราจะเป็นอะไรก็แล้วแต่นิดๆ หน่อยๆ อย่างแค่เขาเป็นหวัดเรายังเครียดเลย แต่นี่คือเขามีปัญหากับสายตา ซึ่งเราเองเป็นแม่เราก็พยายามทำความเข้าใจค่ะ"
ช่วงนี้ก็ให้น้องปิดตาอีกสัก 1 เดือน แล้วค่อยผ่าตัด ?
เปิ้ล - "ต้องดูอาการเดือนต่อเดือนครับ ถ้ากล้ามเนื้อตาเขาแข็งแรงขึ้นก็โอเค เพราะเท่าที่สังเกตช่วงนี้การใช้สายตาของเขาก็เริ่มดูชัดเจนมากขึ้นจะเหลือกจะมองมันก็ดูเป็นปกติ"
จูน - "เอาจริงๆ ถ้าเรารีบอยากผ่าเลยคุณหมอเขาก็ผ่าให้ได้ แต่คือเราไม่ได้รีบ เราอยากขอให้เป๊ะให้ชัวร์ก่อนดีกว่า เพราะอย่างที่บอกถ้าผ่าตัดแล้วก็จะหายเลย 100 เปอร์เซ็น"
เครดิตภาพประกอบจาก Instagram @ple_nakorn

Không có nhận xét nào:
Write nhận xét